มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

Nine Ghost Yang Yu

สนาม: สายด่วน Qilu

บทนำ: ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว...

ตำนาน wanyan

สนาม: เดลินิวส์

บทนำ: ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว

slot ยิง ปลา1️⃣LOOK618
4n6 | <动态当天时间> | อ่าน(337) | แสดงความคิดเห็น(663)
บี้ปลดล็อกการเมือง 55พรรคโวยทำงานยาก/สนชยื่นตีความกมสส 29 มีนาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
09f | <动态当天时间> | อ่าน(894) | แสดงความคิดเห็น(411)
ข่าวเศร้า พ่อสามี ยิงลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มลูกน้อยวัยแค่ขวบเศษ ด้วยปัญหาครอบครัวไม่ลงรอย ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ สติแตก หรือสะสมความรู้สึกมานานก็แล้วแต่ นับว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้อย่างดีอีกกรณีหนึ่งว่า มนุษย์เมื่อแก่ชราลงแล้ว สุขภาพร่างกายความแข็งแรงถดถอยลงไปตามกาลเวลา แต่ กิเลส กลับไม่ได้ลดน้อยลงไปตามอายุเลย เมื่อไม่สามารถบริหารจัดการกับกิเลส ตัวกูของกู ความคิดเห็นของฉัน ความรู้สึกส่วนตัว ทั้งๆ ที่อายุมากขึ้น คุณภาพชีวิต หรือพฤติกรรมการแสดงออกย่อมไม่แตกต่างจากเด็กวัยคึกคะนอง หรือวัยที่อารมณ์ร้อน ถ้าอายุมากขึ้น แล้วรู้จักอยู่ให้เป็น คิดให้ถูก ปัญหาน้อยอกน้อยใจคงไม่เกิดขึ้นจนบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมนะคะ หรือแม้อาจจะเกิดขึ้นบ้างบางครั้งบางคราว แต่ถ้ารู้จัก ชรากถาก็คงสามารถดับทุกข์ได้ไม่มากก็น้อย ชรากถาที่ว่า จำกันได้ไหมคะ เป็นข้อเขียนของ มรวคึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเขียนนิยาย สี่แผ่นดิน ค่ะ ท่านเขียนไว้เมื่อตอนอายุ 74 ปีหรือเมื่อปี 2528 มีดังนี้ค่ะ 1อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นอิสระ 2ถือครองเงินฝากธนาคารและทรัพย์ไว้กับตัวเอง 3อย่าไปคาดหวังว่าลูกเต้าจะดูแลตอนแก่ 4หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย 5อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น 6อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก 7อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ 8ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ 9ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ 10ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่งตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ลูกสะใภ้เสียชีวิต แม้หลานและลูกชายรอดตาย แต่คุณพ่อใจร้อนก็ต้องตายตกตามกันไป ด้วยการยิงตัวเองหนีความผิดนั้น ฟ้องบอกว่า คุณพ่อวัย 67 ปี อ่อนแอในข้อ 6 และข้อ 7 อย่างมาก ใครที่ยังปฏิบัติในข้อ 10 ได้อยู่ ก็ไม่ควรมองข้ามชรากถาบทที่ว่านี้นะคะ หากต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข ป้าเอง 【อ่านข้อความเต็ม】
4fh | <动态当天时间> | อ่าน(641) | แสดงความคิดเห็น(54)
28 มีค 61 - เมื่อเวลา 1030 น ที่ห้องพิจารณาคดี 4 ศาลแขวงดอนเมือง ถแจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีฉ้อโกงจัดซื้อวัตถุระเบิด GT200 หมายเลขดำ อ1768/2560 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทแจ๊คสัน อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบกิจการประเภทขายส่งเครื่องจักร เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงด้วยการหลอกลวงผู้อื่นโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอก ซึ่งการหลอกลวงนั้นได้ทรัพย์สินไปฯ ตามประมวลกฎหมายหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 และ 91【อ่านข้อความเต็ม】
hlj | <动态当天时间> | อ่าน(974) | แสดงความคิดเห็น(917)
ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
b7h | <动态当天时间> | อ่าน(741) | แสดงความคิดเห็น(740)
ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
2v2 | 2021-09-26 | อ่าน(299) | แสดงความคิดเห็น(9)
ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
rhr | 2021-09-26 | อ่าน(186) | แสดงความคิดเห็น(793)
ข่าวเศร้า พ่อสามี ยิงลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มลูกน้อยวัยแค่ขวบเศษ ด้วยปัญหาครอบครัวไม่ลงรอย ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ สติแตก หรือสะสมความรู้สึกมานานก็แล้วแต่ นับว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้อย่างดีอีกกรณีหนึ่งว่า มนุษย์เมื่อแก่ชราลงแล้ว สุขภาพร่างกายความแข็งแรงถดถอยลงไปตามกาลเวลา แต่ กิเลส กลับไม่ได้ลดน้อยลงไปตามอายุเลย เมื่อไม่สามารถบริหารจัดการกับกิเลส ตัวกูของกู ความคิดเห็นของฉัน ความรู้สึกส่วนตัว ทั้งๆ ที่อายุมากขึ้น คุณภาพชีวิต หรือพฤติกรรมการแสดงออกย่อมไม่แตกต่างจากเด็กวัยคึกคะนอง หรือวัยที่อารมณ์ร้อน ถ้าอายุมากขึ้น แล้วรู้จักอยู่ให้เป็น คิดให้ถูก ปัญหาน้อยอกน้อยใจคงไม่เกิดขึ้นจนบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมนะคะ หรือแม้อาจจะเกิดขึ้นบ้างบางครั้งบางคราว แต่ถ้ารู้จัก ชรากถาก็คงสามารถดับทุกข์ได้ไม่มากก็น้อย ชรากถาที่ว่า จำกันได้ไหมคะ เป็นข้อเขียนของ มรวคึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเขียนนิยาย สี่แผ่นดิน ค่ะ ท่านเขียนไว้เมื่อตอนอายุ 74 ปีหรือเมื่อปี 2528 มีดังนี้ค่ะ 1อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นอิสระ 2ถือครองเงินฝากธนาคารและทรัพย์ไว้กับตัวเอง 3อย่าไปคาดหวังว่าลูกเต้าจะดูแลตอนแก่ 4หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย 5อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น 6อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก 7อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ 8ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ 9ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ 10ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่งตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ลูกสะใภ้เสียชีวิต แม้หลานและลูกชายรอดตาย แต่คุณพ่อใจร้อนก็ต้องตายตกตามกันไป ด้วยการยิงตัวเองหนีความผิดนั้น ฟ้องบอกว่า คุณพ่อวัย 67 ปี อ่อนแอในข้อ 6 และข้อ 7 อย่างมาก ใครที่ยังปฏิบัติในข้อ 10 ได้อยู่ ก็ไม่ควรมองข้ามชรากถาบทที่ว่านี้นะคะ หากต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข ป้าเอง 【อ่านข้อความเต็ม】
h2j | 2021-09-26 | อ่าน(384) | แสดงความคิดเห็น(626)
โดยวันนี้ ทนายความโจทก์, นายเรืองไกร จำเลยที่ 1 และ นายธาริต จำเลยที่ 2 มาศาล พร้อมทนายความ【อ่านข้อความเต็ม】
llt | 2021-09-26 | อ่าน(489) | แสดงความคิดเห็น(578)
ด้านนายศุภชัย ประธาน กกต ชี้แจงว่า ในวันนี้เป็นการชี้แจงตามคำสั่งคสช และพรป พรรคการเมืองเพียงเท่านั้น เพราะฝ่ายกกตต้องปฏิบัติตามกฎหมาย【อ่านข้อความเต็ม】
2ht | 2021-09-25 | อ่าน(363) | แสดงความคิดเห็น(952)
และนับตั้งแต่มีคำพิพากษาฎีกามาฝ่ายโจทก์ไม่เคยติดต่อประสานงานใดๆ เพื่อเจรจากับจำเลยหาแนวทางความเป็นไปได้ในการชำระหนี้ เยียวยาชดเชยความเสียหาย ทั้งที่พวกผมไม่ได้ไปฉ้อราษฎร์บังหลวงมา แต่โดนกระทำจากมูลเหตุทางการเมืองทั้งนั้น【อ่านข้อความเต็ม】
nn2 | 2021-09-25 | อ่าน(891) | แสดงความคิดเห็น(352)
ข่าวเศร้า พ่อสามี ยิงลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มลูกน้อยวัยแค่ขวบเศษ ด้วยปัญหาครอบครัวไม่ลงรอย ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ สติแตก หรือสะสมความรู้สึกมานานก็แล้วแต่ นับว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้อย่างดีอีกกรณีหนึ่งว่า มนุษย์เมื่อแก่ชราลงแล้ว สุขภาพร่างกายความแข็งแรงถดถอยลงไปตามกาลเวลา แต่ กิเลส กลับไม่ได้ลดน้อยลงไปตามอายุเลย เมื่อไม่สามารถบริหารจัดการกับกิเลส ตัวกูของกู ความคิดเห็นของฉัน ความรู้สึกส่วนตัว ทั้งๆ ที่อายุมากขึ้น คุณภาพชีวิต หรือพฤติกรรมการแสดงออกย่อมไม่แตกต่างจากเด็กวัยคึกคะนอง หรือวัยที่อารมณ์ร้อน ถ้าอายุมากขึ้น แล้วรู้จักอยู่ให้เป็น คิดให้ถูก ปัญหาน้อยอกน้อยใจคงไม่เกิดขึ้นจนบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมนะคะ หรือแม้อาจจะเกิดขึ้นบ้างบางครั้งบางคราว แต่ถ้ารู้จัก ชรากถาก็คงสามารถดับทุกข์ได้ไม่มากก็น้อย ชรากถาที่ว่า จำกันได้ไหมคะ เป็นข้อเขียนของ มรวคึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเขียนนิยาย สี่แผ่นดิน ค่ะ ท่านเขียนไว้เมื่อตอนอายุ 74 ปีหรือเมื่อปี 2528 มีดังนี้ค่ะ 1อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นอิสระ 2ถือครองเงินฝากธนาคารและทรัพย์ไว้กับตัวเอง 3อย่าไปคาดหวังว่าลูกเต้าจะดูแลตอนแก่ 4หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย 5อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น 6อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก 7อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ 8ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ 9ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ 10ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่งตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ลูกสะใภ้เสียชีวิต แม้หลานและลูกชายรอดตาย แต่คุณพ่อใจร้อนก็ต้องตายตกตามกันไป ด้วยการยิงตัวเองหนีความผิดนั้น ฟ้องบอกว่า คุณพ่อวัย 67 ปี อ่อนแอในข้อ 6 และข้อ 7 อย่างมาก ใครที่ยังปฏิบัติในข้อ 10 ได้อยู่ ก็ไม่ควรมองข้ามชรากถาบทที่ว่านี้นะคะ หากต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข ป้าเอง 【อ่านข้อความเต็ม】
ppp | 2021-09-25 | อ่าน(757) | แสดงความคิดเห็น(932)
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์และนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่าโจทก์จงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 2 อย่างไร พยานโจทก์จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับจำเลยที่ 1 ได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่าโจทก์จงใจก้าวก่าย เกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อนย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของจำเลยที่ 1 ต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง【อ่านข้อความเต็ม】
n3t | 2021-09-25 | อ่าน(578) | แสดงความคิดเห็น(716)
วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายสิมู จำเลย จากเรือนจำกลางบางขวางซึ่งสวมชุดต้องโทษ มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาโดยมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่พูดอะไร【อ่านข้อความเต็ม】
flz | 2021-09-24 | อ่าน(358) | แสดงความคิดเห็น(511)
นายธนัญชัย กล่าวต่อว่าขณะนี้ทนายฝ่ายจำเลย ทุกคนได้หารือ เพื่อหาทางออกร่วมกันในคดีละเมิดศาลนี้ โดยยังคงมีความหวังว่าศาลท่านจะเมตตาลูกความทั้ง 3 คน โดยผลการพิจารณาจะเป็นแบบใดนั้น ไม่สามารถล่วงอำนาจศาลท่านได้ อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นสเบนท์ มีความกังวลอย่างมาก เพราะขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงของการประกันตัวด้วยเงินจากกองทุนยุติธรรม ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นทำให้ยังไม่ทราบว่าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น จะมีการพิจารณาแบบใดต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
3fb | 2021-09-24 | อ่าน(432) | แสดงความคิดเห็น(822)
28 มีค 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งรับพิจารณาวินิจฉัยร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว) ตามที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) รวม 30 คนยื่นเรื่องผ่านประธาน สนช【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-27

ส ล็ อด เค ดิ ต ฟรี ล่าสุด1️⃣M98| 123bet เครดิต ฟรี1️⃣M98| โหลด แอ พ คา สิ โน 1️⃣2021| slot jili1️⃣M98| โร ม่า 888 1️⃣2021| panda888 slot1️⃣M98| เกม โจ๊ก เกอร์ ทดลอง เล่น 1️⃣2021| slot แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2019 ไม่ ต้อง แชร์1️⃣M98| allstar55king 1️⃣2021| เว็ ป เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| โจ๊ก เกอร์ 28 เกม 1️⃣2021| สล็อต รับ วอ ล เลท1️⃣M98| ฝาก 5 บาท รับ 1001️⃣M98| เกม slotxo1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ แค่ สมัคร 20211️⃣LOOK618| slot joker123 auto1️⃣M98| สมัคร ยู ฟ่า เบ ท 8881️⃣M98| slotxo 12 1️⃣2021| คา สิ โน ออนไลน์ มือ ถือ ได้ เงิน จริง 1️⃣2021| คา สิ โน ขั้น ต่ำ 5 บาท1️⃣M98| slotxo cat 1️⃣2021| slot คืน ยอด เสีย 20 1️⃣2021| mmm88 ทาง เข้า1️⃣LOOK618| pg909 slot1️⃣LOOK618| วิธี เข้า สูตร บา คา ร่า1️⃣M98| ไฮโล ออนไลน์ คา สิ โน 1️⃣2021| pg slot 10 รับ 1001️⃣LOOK618| 777slot games1️⃣M98| โหลด psthai8881️⃣M98| ยู ส ทดลอง 9181️⃣M98| sweet bonanza ทดลอง เล่น1️⃣LOOK618| สล็อต บน มือ ถือ 1️⃣2021| slot ฝาก 5 บาท รับ 100 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 50 ถอน 300 1️⃣2021| crown98slot pg1️⃣M98| บา คา ร่า 7001️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี 500 ไม่ ต้อง ฝาก 25621️⃣M98| slot1688 เครดิต ฟรี1️⃣M98| gclub 1688 1️⃣2021| เล่น gclub ผ่าน หน้า เว็บสล็อต ฝาก 1 บาท ได้ 100 ล่าสุด 1️⃣2021| บา คา ร่า เติม 50 1️⃣2021| casino ฟรี 300 1️⃣2021| เติม 1 บาท ได้ 100 1️⃣2021| gu 918kiss1️⃣LOOK618| โจ๊ก เกอร์ 5991️⃣LOOK618| บา คา ร่า มือใหม่1️⃣LOOK618| โจ๊ก เกอร์ โปร 1001️⃣LOOK618| galaxyth991️⃣M98| slotxo เปิด ใหม่1️⃣M98| joker slot 3451️⃣LOOK618| 918kiss club1️⃣LOOK618| สล็อต ออนไลน์ โปร โม ชั่ น1️⃣M98| เล่น roma 1️⃣2021| slot 200 รับ 4001️⃣LOOK618| สล็อต m991️⃣M98| wallet 10 รับ 1001️⃣LOOK618| gclub 1111 1️⃣2021| w77th เครดิต ฟรี1️⃣M98| ทดลอง เล่น ebet881️⃣M98| gclub plus1️⃣M98| pg slot ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ำ 1️⃣2021| เดิมพัน ออนไลน์ แจก เครดิต ฟรี 1️⃣2021| สล็อต ค่าย ต่าง ประเทศ 1️⃣2021| เติม 10 รับ 1001️⃣M98| เครดิต ฟรี อัพเดท ล่าสุด1️⃣M98| เว็บ สล็อต ค่าย jdb1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี มา ใหม่ ล่าสุด1️⃣LOOK618| รู เล็ ต ออนไลน์ 1️⃣2021| เว็บ สล็อต แตก ง่าย 2021 ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣M98| scg9 ได้ เงิน จริง ไหม1️⃣M98| บา คา ร่า 24 ชม1️⃣M98| 918kiss แจ็ ค พอ ต แตก1️⃣M98| joker8899 z 1️⃣2021| โหลด เกม best881️⃣LOOK618| gclub v2 1️⃣2021| สล็อต roma เล่น ฟรี 1️⃣2021| slot12 pg 1️⃣2021| สมาชิก ใหม่ ฝาก 100 รับ 300 1️⃣2021| ufa สมัคร ออ โต้ 1️⃣2021| เข้า เกม 918kiss1️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี สมาชิก เก่า1️⃣M98| ฝาก 50 รับ 100 ถอน ไม่ อั้น joker1️⃣M98| คา สิ โน ขั้น ต่ำ 10 บาท1️⃣M98| สมัคร สมาชิก ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| เกมส์ roma1️⃣M98| บา คา ร่า เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| 66 slot1️⃣LOOK618| greenx88cs21️⃣LOOK618| slot ฝาก 10 รับ 100 ฝาก ผ่าน ท รู วอ เลท 1️⃣2021| sa แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2020 1️⃣2021| sath88 คา สิ โน1️⃣LOOK618| ดาวน์โหลด 981kiss 1️⃣2021| เติม 1 บาท ได้ 100 1️⃣2021| gclub 555 1️⃣2021|